การทำงานในปี 2018 ที่ผ่านมาของ LPN

49348861_10156878529234291_596276717794885632_o

การทำงานในปี 2018 ที่ผ่านมาของ Labour Rights Promotion Network [LPN]
ปีที่มีความหลากหลายของอารมณ์ความรู้สึก [for english please scroll down]
.
เดือนที่ 1
เริ่มต้นจากการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ ดึกดื่นที่ต้องออกไปติดตามช่วยเหลือ
ทำให้คนทำงานเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเยียวยาฟื้นฟูเหยื่อ และป้องกันไม่ให้
เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก
.
เดือนที่ 2
การทำ case ใหญ่ ๆ ในเวลาเดียวกัน กรณีโรงงานผลิตยางที่นครปฐม
กับระบบส่วยใหญ่ ที่ส่งไปที่ไหน ใคร่อยากรู้ ตอนนี้กระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่จบสิ้น
และ case ลูกเรือประมงถูกทำร้ายร่างกายที่บางสะพาน จำได้ว่าตอนนั้นแบ่ง 2 ทีม
ตีรถไปกลับ ทั้งนครปฐม และ บางสะพาน เราเรียนรู้ว่า ความใจร้อน ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น
การทำเกินกว่าเหตุ จะทำให้ทุกอย่างพังเพียงชั่วข้ามคืน
.
เดือนที่ 3
เป็นเดือนที่งง กับการมาของ นายกรัฐมนตรี เขามาเยี่ยมบ้านเรา สิ่งดีที่เกิดขึ้น คือ
อย่างน้อยเขาได้มาฟังเรื่องราวของ เหยื่อ ทั้งลูกเรือประมง และ แรงงานข้ามชาติ
1 ชม.ที่นายกนั่งฟัง แม้จะไม่มีอะไรดีขึ้นนัก แต่ความยินดีที่เกิดขึ้นกับแรงงานข้ามชาติ
และลูกเรือประมง คือ เสียงเขา ความทุกข์ที่เขาพูดออกมา นายกได้มาฟังเอง
แม้สัญญาของท่านจะไม่เป็นสัญญา แต่อย่างน้อย ใครมาถึงเรือนชาน
ก็ต้องต้อนรับ ไม่ว่า แรงงาน คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง หรือแม้แต่ นายกฯ
เราก็ตอนรับเหมือนกัน เราคือ พื้นที่ปลอดภัย เปิดขึ้นเพื่อให้มีการเรียนรู้
และรับฟังซึ่งกันและกัน แม้จะเป็นความว่างเปล่า แต่ก็ทำให้ใครหลาย ๆ คน
สบายใจได้บ้าง 5555
.
เดือนที่ 4
เป็นเดือนของการแสดงความกตัญญูเทศกาลสงกรานต์ มีแรงงานข้ามชาติ
พี่น้องญาติมิตรทั้งหลาย รวมถึงในบ้าน LPN ก็มีเด็ก ๆ ข้ามชาติเยอะ
เด็กขาดที่พึ่งและเด็กที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้า เด็กที่เราให้โอกาสในการเรียน
ในระบบรัฐทั้งหลายทั้งมวล แวะเวียนเข้ามา สวัสดี ไหว้ และขอบคุณพวกเรา
.
เดือนที่ 5
เดือนที่เหยื่อถูกกระทำซ้ำ วิธีคิดที่บางคนคิดว่าเหยื่อคือเหยื่อไปทั้งชีวิต
อย่าได้ริอาจลุกขึ้นมาช่วยใคร การโจมตีจากกลุ่มสร้างกระแส
โหนกระแส อะไรก็แล้วแต่ อะไรก็ไม่ทราบ การเมืองเรื่องผลประโยชน์
เกิดกลุ่มคนที่สร้างประเด็นด้านลบ ในกรณีการรวมกลุ่มของ
พี่น้องแรงงานประมง ทำให้เราได้คิดเรื่อง Form victim to Hero
เพื่อประกาศตัวว่าเหยื่อสามารถลุกขึ้นมาช่วยเหลือผู้อื่นได้
รวมกลุ่มได้ เป็นจิตอาสาได้ ไม่ผิดกฎของความเป็นมนุษย์
เดือนนี้กลุ่มลูกเรือประมง TMFG บอบช้ำ จากการโจมตีที่ไร้ซึ่งเหตุผล
ไร้วิจารณญาณ แต่พวกเค้าได้ลุกขึ้นมาสู้ เพื่อแสดงจุดยืนว่า เขาต้องการ
ช่วยคนเท่านั้น เรื่องอื่น ๆ เราไม่เกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล
ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ
.
TMFG คือกลุ่มเหยื่อที่ไม่อยากเห็นใครต้องถูกกระทำ เหมือนที่พวกเขาโดน
เพราะฉะนั้น เขาจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ และปกป้องเพื่อนร่วมชะตากรรม
.
เดือนที่ 6
การตอบโต้ครั้งใหญ่ ต่อองค์กรระหว่างประเทศ และ หน่วยงาน NGO ระหว่างประเทศ
ที่ออกหนังสือโจมตี LPN ทางกลุ่ม TMFG ได้ประกาศจุดยืน และ ออกหนังสือ
เพื่อส่งให้ องค์กรเหล่านั้น ทบทวนการกระทำต่าง ๆ พร้อมกันนั้น ก็ได้เดินหน้าทำงาน
อย่างต่อเนื่อง โดยงานนี้ จัดที่สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย
.
ด้าน LPN ไปรับรางวัล Seafood Champion Award for Advocacy 2018
และ 2018 Jairo Mora Sandoval Bravery Award การได้รับรางวัล
เป็นเพียงการบอกว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ในเรือประมงมีอยู่จริง นั่นคือ
การค้าทาสยุคใหม่ ที่เราต้องช่วยกันแก้ไข LPN เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อบอกว่า
อาหารอร่อยที่คนทั่วโลกรับประทาน สินค้าบางอย่างแลกมาด้วยชีวิตของแรงงาน
ซึ่งถูกตีราคาว่าถูกกว่าอาหารอร่อย ที่คุณกิน
.
เดือนที่ 7
การรับ Case ลูกเรือกัมพูชาที่ไปหาปลา ยังประเทศโซมาเลีย ซึ่งเป็น case ใหญ่มาก
LPN เป็นเพียงองค์กรเล็ก ๆ เราใช้ความพยายามมหาศาล ประสานกับทุกคนบนโลก
ที่คิดว่าเกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกเรือทั้งหมด 112 คน ได้กลับบ้าน
.
เดือนที่ 8
การเดินทางไปร่วมเปิดตัวสารคดี LPN ที่อเมริกาและแคนนาดา ซึ่งได้รับความสนใจ
มีคนเข้าใจประเด็นการให้ความช่วยเหลือ ลูกเรือประมง ที่ LPN ได้ให้ความช่วยเหลือ
เข้าใจเรื่อง Form victim to Hero และการทำงานของ Thai and Migrant
Fishers Union Group –TMFG
.
เดือนที่ 9
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนแรงงานข้ามชาติชาวพม่า และการอบรม
เพื่อสร้างพลังในการเรียนรู้ การเป็นจิตอาสา การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
.
เดือนที่ 10
การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อพูดเกี่ยวกับ
Social Responsibility in Global Seafood Supply Chain สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้น
คือ ผู้บริโภคอาหารทะเล นอกจากจะสนใจ ความสดใหม่ คุณภาพของสินค้าแล้ว
พวกเขายังจะให้ความสำคัญกับชีวิตคนหาปลา คนผลิตอาหารเหล่านั้น เพื่อที่เขา
(ผู้บริโภค) จะได้ไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้แรงงานทาส
.
เดือนที่ 11
เป็นเดือนที่มี Case ใหญ่ จำนวนมากที่ อ.สุขสำราญ ระนอง อ.คุระบุรี พังงา และ
อ.ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ เราพบกับกระบวนการลักลอบขนคนรายใหญ่ จำนวนกว่า
204 คน เสียชีวิตระหว่างการเดินทาง 2 คน เป็นเดือนที่เดินทางหนักมาก ระหว่าง
ตราด – ประจวบ และ มหาชัย –พังงา เดือนนี้ทำงานจนได้ข้อสรุปที่ว่า ไม่ควรมีใคร
ต้องตายจากการย้ายถิ่น
.
เดือน 12
เราหวังจะทำงานฟื้นฟูเยียวยา Case ในบ้านกว่า 40 ชีวิต ลูกเด็กเล็กแดง
เต็มไปหมด เราพาเที่ยวน้ำตกและเดินป่า มีกิจกรรมร่วมสร้างพลังในการต่อสู้
เพื่อยืนหยัดต่อขบวนการยุติธรรมที่ยังไม่เสร็จสิ้น พวกเค้าเผชิญชะตากรรม
ในการเป็นแรงงานในรูปแบบที่เลวร้าย ถูกใช้งานไม่เหมาะสม
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง และ อื่น ๆ
.
บทส่งท้ายปี
ทำงานช่วงปีใหม่ไม่ได้ไปเที่ยวไหน การทำงาน Case เด็กหายในไร่อ้อยครั้งนี้
เข้าใจถึงความต้องการเรตติ้งของผู้สื่อข่าว ที่ไม่เน้นการนำเสนอสิ่งที่ถูกต้อง
เพื่อให้ความรู้สำหรับป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ แต่กลับชี้นำ เพื่อเพิ่มความนิยม
ในสื่อของตน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความแตกแยก ส่วนตัวเรา
ก็อ่อนใจเหมือนกัน แต่ปัญหาดังกล่าวก็คลี่คลาย เราให้อภัยผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
หวังว่าสังคมจะมีวุฒิภาวะในการเสพข่าว มีทัศนคติในการมองไปข้างหน้าอย่างรอบคอบ
มากกว่าต้องการแค่ชี้ถูกชี้ผิด ซึ่งนอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดความแตกร้าว
ในสังคมเพิ่มส่วนในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราควรคิดอะไรที่ยั่งยืน
และให้ความสำคัญมากกว่า ความแค่ต้องการเป็นที่นิยมของสื่อ


1st Month
We kicked off our works by rescuing a victim of human trafficking.
We needed to work until late at night. However, it enabled us to learn
how to treat and restore those victims as well as preventing such
repetitive incidence.
.
2nd month
We need to coincidingly handle with 2 big cases namely
a rubber factory case in Nakhon Pathom which related to bribery
sent to the unknown place and the physical assault occurring to
fishing workers in Bang Sapan. I remember that we divided
into 2 teams and drive back and forth between Nakhon Pathom
and Bang Saphan. I learned that impatience did not make
circumstance better. Making an excess could instantly eradicate.
.
3rd month
I was a stunning month due to the visit of Thailand Prime Minister
Mr.Prayuth Chan-o-cha. He visited our home and at least, listened
to the voices of the victims both fishing workers and migrant workers.
1 hour where he was listening does not transform the status quo,
but at least, the miserable narratives of those workers have listened
by the PM. Even though he did not have his word, it illustrated
out hospitality in the sense that we welcomed everyone including
workers, homeless, wanderers or even Mr. PM. As our intention,
we are a safe place where everyone coming here mutually learns
and listens. Even though his visiting turned out nothing, it turned
out comfort and pleasure to many people.
.
4th month
It was a month of showing gratitude. In the water festival (Songkran),
there were migrant workers, friends, migrant children and deserted
children living in LPN and other children whom we supported them
in the past. Those mentioned peopled took a turn to say thank you
and pay respect to us.
.
5th month
This is a month where victims were revictimized by the belief that
“victims will be victims for their entire lives. They should not dare
to stand up to help other victims”. We encountered bombardment
from groups who tried to discredit fishing worker union.
The attacked inspired us to initiate the idea called “From Victim to hero”
to declare that victims could stand up and help others.
They can organize volunteer groups which do not breach any rule
of humanity. This month the TMFG was bruised by the unreasonable
and irrational attack. Yet, the members of the group stood up to show
their standpoint that they solely want to help others. They do not conspire
with other groups. They do not conspire with either the government or
the business. TMFG is a group of people who used to be victims
and do not want anyone to fall into their same misery. As a result, they
could do anything the help their peers falling into their same destiny,
.
6th month
The counterattack against international organizations, international
NGOs who circulate open letter discrediting LPN and TMFG occurred.
TMFG proclaims and circulated open letters to those organizations to
reconsider their action. In the meantime, they still strongly kept working.
In LPN side, the representative was delegated to receive Seafood champion
award for advocacy 2018 and Sandoval Bravery Award. For us, obtaining
award was only to send the message that trafficking in fishery does exist.
It is a form of modern slavery which must be eradicated. LPN is only
a messenger sending a message that tasty but cheap foods consumed
globally might cost at labors’ lives which are even cheaper than
the foods they consumed.
.
7th month
We received a case of Cambodian workers who were sent to fish
in Somalia. It was a very critical case. LPN is only a small organization
which tried to put a huge effort to coordinate with everyone who might
concern only for bringing those 112 workers home.
.
8th month
We went to Canada and America to join the release of a documentary
about LPN. The documentary drew attention on the issue. There were
many who understand and would like to support workers rescued
by LPN. They also understand the concept of an idea “from victim
to hero and also the operation of Thai and Migrant Fishers Union Group
: TMFG.
.
9th month
It was a month where we strengthen the collaboration of Burmese
migrant workers. We organized an empowerment workshop where
the migrant could learn about peaceful co-living and volunteering mind.
.
10th month.
We went to Japan to tell the story about Social responsibility in the
global seafood supply chain. This could bring about the consciousness
of the seafood customers that they have to concern both freshness
and well-being of fishing workers in order to avoid unintentionally
pursuing modern slavery practice.
.
11th month.
There were numerous critical cases namely cases at Suksamran
district, Ranong Province, Kuraburee district in Pangna Province
and Thasakae district in Prajoubkeereekhan Province. Those cases
involved 204 victims. There were 2 deaths occurring during
the commute. It was a hectic month for us because we needed to travel
back and forth between, Trat Prajoubkeereekhan, Phangnga province
and Mahachai where our office locates. From what really happened
this month, we have learned that no one is supposed
to die during migration.
.
12th month
I wish we could restore about 40 cases who have been staying
in our home including man child cases. We brought them to the waterfall
and did trekking. We organized the empowerment workshop
to encourage them to withstand in the justice system. Those cases were
experiencing traumatic and horrible working conditions as well
as unfairness from employers and others.
.
New Year Epilogue
During the end of 2018, we did not go anywhere. We still handled
a case where a child was lost in a sugar plantation. From this case,
we understand the nature of the press that focuses more on rating
than the fact to educate the public in order to prevent the repetition
of the case. The reporters tend to mislead the public only for their
own fame. I felt disheartened, although the case has been solved
by the end of the day. We apologized for the immaturity of this society.
We hope it could be more matured in consuming the news, become
more knowing, and cautiously look forward. Only judging might not be
so useful. It might only cause division in society and worsen.
In view of the international division. We should think about
what can truly create sustainable not just want to popular
by media agencies.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s